2008/Mar/05

ก่อนอื่นที่เราจะมาสาธยายยืดยาวถึงเรื่องประวัติศาสตร์เงินเกาหลี
ขอพูดถึงเรื่องที่ไปเจอมาเมื่อเร็วๆนี้ก่อน
.
.
วันก่อน เพื่อนซื้อทาโร่รสสาหร่ายเกาหลีมานั่งกิน ไอ้เราก็เห็นเป็นเรื่องเกาหลีๆ
ก็ลองสำรวจด้านหน้าด้านหลังซองดูซักหน่อย 
ก็มีการแนะนำอาหารเกาหลีชาจังมยอน อืมม...
เอ๊ะ? อ่านไปอ่านมา มันคุ้นๆเว้ย..
เฮ้ย! คำโปรยมันเหมือนข้อความที่เราเคยเขียนในเอนทรี่เมนูอาหารเกาหลีเลยนี่นา
เอาไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นรู้เรื่อง -[]-;;
.
.
ลองมาเปรียบเทียบกัน
.
นี่คือข้อความในบล็อกเรา
 자장면 (ชาจังมยอน) - บะหมี่ดำ ที่อาจจะเห็นในหนังบ่อยๆ เวลากินแล้วจะเลอะปากไปหมด ดูแล้วหมดกัน ผู้หญิงมีหนวด!? ต้องเตรียมกระดาษทิชชู่ไว้อย่าให้ขาดมือเชียว เดี๋ยวหนุ่มๆจะเบือนหน้าหนี อิอิ แต่รับรองว่าอร่อย (เพื่อนย้ำมา - -)แล้วก็ยังไว้กินย้อมใจช่วงขาดคู่ด้วย 55
.
.
แล้วมาดูด้านหลังซองทาโร่กัน
เอ๊ะ คุ้นๆแฮะ ?
.
.
 (ยังมีอีกที่ก๊อปไป แต่ขี้เกียจสแกน หุหุ)
ที่เอามาเขียนนี่ ไม่ได้รู้สึกอะไรทั้งนั้น ไม่ว่าโกรธหรือโมโหเลยนะ
ที่เค้ามาก๊อปของเราไปโดยไม่บอกกล่าว
ออกจะภูมิใจด้วยซ้ำไป ที่มีคนสนใจอ่านบล็อกเรา
เพียงแต่รู้สึกเคลือบแคลงสงสัยมากว่า
ทำไมนะ กับอีแค่คำโปรยสองสามประโยค มันคิดยากขนาดนั้นเลยหรอ
เราใช้เวลายังไม่เกิน 1 นาทีด้วยซ้ำไป
หรือว่ามันเป็นนิสัยของคนไทยที่หยั่งรากฝังลึกให้ก๊อปปี้ตลอดเวลา
และที่เอามาลงนี่ ก็เพื่อที่จะเป็นข้อคิดให้อย่างนึงว่า
แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ มีบุคลากรมากมาย รวมกันก็หลายสมอง ก็ยังไม่ชอบคิดเองอยู่ดี
แล้วประเทศมันจะเจริญได้ไง?
.
.
.
.
.
.
.
...
แหะๆ
พล่ามมาเยอะ
เข้าเรื่องดีกว่า
วันนี้เราก็จะมาว่ากันด้วยเรื่อง เงินเกาหลี ที่มีสกุลเงินนามว่า "วอน" (원) นั่นเอง
เคยมีใครสงสัยบ้างรึเปล่าน้า
ว่าเบื้องหลังของรูปภาพในเหรียญและธนบัตรเหล่านั้นมันมีความสำคัญยังไง
ถ้าคุณได้ศึกษาล่ะก็
จะรู้ว่ามันให้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติมากมายเลยล่ะ
หลังจากอ่านเรื่องของเงินเกาหลีจบแล้ว
ก็ลองไปค้นคว้าเกี่ยวกับเงินไทยกันบ้างนะคะ
แล้วสิ่งทีเราถือกันอยู่ทุกวันแต่มองข้ามกันไป ก็จะมีอะไรมากกว่าที่คิด
.
.
.
คลิกที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่

Free Image Hosting at allyoucanupload.com

.
ประเทศเกาหลีใต้มีเหรียญที่นิยมใช้อยู่ในปัจจุบันคือ
10 วอน (십원 ชิบ-วอน)
50 วอน (오십원 โอ-ชิบ-วอน)
100 วอน (백원 แพก-วอน)
500 วอน (오백원 โอ-แบก-วอน)
.
ธนบัตรที่มีในปัจจุบันคือ
1000 วอน (천원 ช่อน-วอน)
5000 วอน (오천원 โอ-ช่อน-วอน)
10000 วอน (만원 มัน-วอน)
.
.
มาดูประวัติความเป็นมาของเงินเกาหลีกัน
.
ก่อนอื่นมาดูเหรียญเกาหลีกันก่อน
ช่วงที่เกาหลีตกเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น (ค.ศ.1910-1945) เกาหลีนั้นใช้เงินตราของญี่ปุ่นมาก่อน
 ประเทศเกาหลีเพิ่งมีเงินตราเป็นของตนเองในปีค.ศ.1959 นี้เอง
แต่ครั้งนั้นยังมีสกุลเงินเป็น "ฮวาน" (환) อยู่ ไม่ใช่วอน
ในตอนแรกนั้น เหรียญเกาหลีสั่งทำจากเมืองฟิลาเดลเฟียที่มีมูลค่า 10, 50 และ 100 ฮวาน
บนเหรียญ 100 ฮวานนั้น ด้านหนึ่งจะมีใบหน้าของประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้
ส่วนอีกด้านหนึ่งของเหรียญ 100 ฮวานจะเป็นนกฟีนิกซ์สองตัวที่หางบรรจบกัน
   
ประธานาธิบดีคนแรกของเกาหลีใต้ ชื่อ อีซึงมัน (이승만)
.
ส่วนเหรียญ 10 ฮวาน จะเป็นรูปดอกมูกุงฮวา (무궁화) ดอกไม้ประจำชาติของเกาหลี
ส่วนเหรียญ 50 ฮวาน จะเป็นรูปเรือ เรือลำนี้มีประวัติความเป็นมาอยู่ว่า
เมื่อปีค.ศ.1592 ในสงครามอิมจิน จักรพรรดิฮิเดโยชิของญี่ปุ่นได้ส่งพลทหารกว่า 170,000 นาย และเรือรบกว่า 700 ลำ มาบุกเกาหลีเพื่อที่จะเปิดเส้นทางการค้ากับจีน
เกาหลีได้ต้านทานญี่ปุ่นด้วยเรือรบทำจากเหล็ก จนกระทั่งญี่ปุ่นถอยทัพกลับไปหลังจากรบกันเป็นเวลา 7 ปี
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรือลำนี้จึงมีชื่อเสียงและได้ชื่อว่า "เรือเต่า" เพราะแข็งแกร่งราวกับกระดองเต่า

Free Image Hosting at allyoucanupload.com

เรือเต่า (거북선 คอ-บุก-ซอน)
ตั้งอยู่ที่อนุสรณ์สงคราม 전쟁기념관 (ชอน-แจง-กี-นยอม-กวาน) กรุงโซล

.
ต่อมาสกุลเงินฮวานก็เปลี่ยนเป็นวอนในเดือนสิงหาคม ค.ศ.1966 หลังจากใช้มาเป็นเวลา 7 ปี
และจากแต่ก่อนที่จะพิมพ์คำว่า 대한민국 (แท-ฮัน-มิน-กุก) แปลว่า สาธารณรัฐเกาหลี (ที่คนเกาหลีชอบตะโกนออกมาพร้อมๆกัน เป็นจังหวะตอนเชียร์บอลโลกอ่ะ) ก็ได้เปลี่ยนเป็น 한국은행 (ฮัน-กุก อึน-แฮง) หรือ ธนาคารกลางเกาหลี
จากนั้นก็ได้เกิดเหรียญ 10 วอน ขึ้นมาใหม่ มีสีทอง และมีรูปของ 다보탑 (ทา-โบ-ทับ) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศเกาหลี สร้างขึ้นราวๆปีค.ศ.756 ตั้งอยู่ในวัดพุลกุก 불국사 (พุล-กุก-ซา) เมืองคยองจู จังหวัดคยองซางเหนือ และวัดแห่งนี้ยังได้รับเลือกให้เป็นมรดกโลกอีกด้วย
 
ทาโบทับและเหรียญ 10 วอนในอดีตและปัจจุบัน
.
และประมาณปลายปีค.ศ.1960 เหรียญ 1 วอนและ 5 วอน ได้กลายมาเป็นเหรียญที่ประชาชนใช้กันมากที่สุด
ในสมัยนั้นเงิน 5 วอนก็สามารถขึ้นรถรางได้ (แต่ในปัจจุบันค่ารถไฟใต้ดินมีราคาเฉลี่ยประมาณ 800 วอน)
แต่ว่าเหรียญ 10 วอนกลับเป็นเหรียญที่ประชาชนชื่นชอบมากที่สุดในยุคนั้น
เหรียญ 10 วอนที่ผลิตในปีค.ศ.1971 และ 1972 ได้นำมาใช้จนถึงทุกวันนี้ แต่เหรียญ 1 วอนและ 5 วอนนั้นเริ่มไม่มีใครใช้ไปตั้งแต่ประมาณปีค.ศ.1980 และไม่สามารถพบเห็นหรือเห็นได้ยากมากแล้วในปัจจุบัน
.
ระหว่างปีค.ศ. 1970 เกิดภาวะเงินเฟ้อขึ้นในประเทศเกาหลี ทำให้เกิดการผลิตเหรียญ 100 วอนขึ้นใหม่
ด้านหนึ่งได้ประทับรูปของพลเรือเอก 이순신 (อีซุนชิน) ซึ่งเป็นผู้ที่ออกแบบเรือเต่านั่นเอง

 

Free Image Hosting at allyoucanupload.com  Free Image Hosting at allyoucanupload.com

 อีซุนชิน และรูปปั้นของท่านหน้าพระราชวังคยองบุก, กรุงโซล

 

.

ส่วนเหรียญ 50 วอนนั้นผลิตขึ้นในปีค.ศ.1972 ที่ประทับรูปรวงข้าวโน้มตัวไว้บนเหรียญ เพราะว่าข้าวก็มีความสำคัญกับชาวเกาหลีมากเนื่องจากเป็นอาหารหลักเหมือนกับคนไทยนั่นแหละ
และในปีค.ศ.1983 ก็ได้เกิดเหรียญมูลค่าใหม่คือเหรียญ 500 วอน รูปที่ใช้บนเหรียญคือรูปนกกระสากางปีก
ที่พบเห็นได้ง่ายในนาข้าวและคนเกาหลีเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความสงบสันติสุข
.
.
.

 

 

เอาล่ะ ต่อมาก็เป็นเรื่องของธนบัตรกันบ้าง
.
ธนบัตร 1000 วอน สีม่วง มีรูปใบหน้าของ อีฮวาง 이황 (มีชีวิตระหว่างค.ศ.1510-1570) เป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์อี (ยุคโชซอน) หลังจากที่ได้รับราชการตำแหน่งสูงสุด เขาก็ตัดสินใจออกจากราชวังและกลับไปยังหมู่บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของชื่อเสียงของเขา เขาเขียนทฤษฎีและหลักเหตุผลมากมายเกี่ยวกับลัทธิขงจื๊อที่กลายมาเป็นวิชาที่ผู้คนปัจทั้งตะวันออกและตะวันตกของโลกศึกษากันอยู่จนถึงปัจจุบันและยังเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการศึกษาโทซันขึ้นมาอีกด้วย
 Free Image Hosting at allyoucanupload.com
อีฮวาง (이황)

 

.
ธนบัตร 5000 วอน สีน้ำตาลอ่อน มีรูปใบหน้าของ อีอี 이이 (ค.ศ.1536-1584) เป็นอีกหนึ่งนักปราชญ์ที่ยิ่งใหญ่ในสมัยราชวงศ์อี และรู้จักกันว่าเป็นอัจฉริยะเนื่องจากสามารถผ่านการสอบเข้ารับราชการด้วยวัยเพียง 13 ปี และหลังจากรับราชการอยู่นาน เขาก็ลาออกและอุทิศชีวิตตัวเองให้กับการเขียนหนังสือ เขาเขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับปรัชญา ลัทธิขงจื๊อ และการปกครอง
Free Image Hosting at allyoucanupload.com
อีอี (이이)
.

 

และสุดท้ายกับธนบัตร 10000 วอน สีเขียวอ่อน มีรูปของพระเจ้าเซจงมหาราช (세종대왕 เซ-จง-แด-วัง) (ค.ศ.1397-1450) บุคคลที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศเกาหลี เนื่องจากเป็นผู้ประดิษฐ์ตัวอักษรเกาหลีที่เรียกว่า ฮันกึล (한글) และทำให้ชาวเกาหลีมีตัวอักษรเป็นของตัวเองใช้จนถึงทุกวันนี้ ในสมัยนั้นพระเจ้าเซจงทรงเล็งเห็นว่าประชาชนส่วนมากไม่สามารถอ่านเขียนตัวจีนซึ่งชนชั้นขุนนางใช้กัน พระองค์เข้าใจถึงความรู้สึกอึดอัดใจของประชาชนที่ไม่สามารถถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกผ่านการเขียนได้ พระองค์จึงรับสั่งให้ขุนนางกลุ่มหนึ่งประดิษฐ์ตัวอักษรที่ชาวเกาหลีสามารถเข้าใจได้ง่าย และต่อมาก็ได้พัฒนาเป็นตัวอักษรเกาหลีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถ้าเปรียบกับไทยก็คงจะเป็นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชนั่นแล
พระเจ้าเซจงมหาราช
.
.
.
.
.

 

 

จบแล้วววว~  แฮ่กๆๆ ... เหนื่อยทั้งคนเขียนและคนอ่านบล็อกแน่ๆ
สิ่งที่อยู่บนเหรียญและธนบัตรของเกาหลีล้วนแต่เป็นสิ่งที่ชาวเกาหลีเค้าให้ความสำคัญทั้งนั้น
ทำให้เราได้รับรู้ถึงความยิ่งใหญ่และความเป็นมาของชาติที่เก่าแก่ได้เลย
ไว้จะต้องดูธนบัตรกะเหรียญไทยมั่งละ
วันนี้เนื้อหาเกี่ยวกะประวัติศาสตร์อัดแน่นมาก
เราเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมๆกับการเขียนบล็อกนี้ด้วยเลย
เยี่ยมๆ
หวังว่าคงไม่เบื่อตายกันก่อนอ่านจบนะ - -;;
.
.
แหล่งข้อมูลจาก :